รู้หรือไม่? ถ้าชำระเงินมากกว่าค่างวด ช่วยลดดอกเบี้ยและปลดหนี้เร็วขึ้น

Category ความรู้ด้านการเงิน
รู้หรือไม่? ถ้าชำระเงินมากกว่าค่างวด ช่วยลดดอกเบี้ยและปลดหนี้เร็วขึ้น
31 มีนาคม 2568
รู้หรือไม่? ถ้าชำระเงินมากกว่าค่างวด ช่วยลดดอกเบี้ยและปลดหนี้เร็วขึ้น

การจัดการหนี้สินอย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน  และลดความเครียดในชีวิตประจำวันได้  

หากวันนี้ คุณนั่งคิดทบทวนเรื่องการเงินของตัวเองแล้ว พบว่าภาระหนี้สินที่คุณต้องแบกรับนั้นยังคงเพิ่มพูนมากขึ้น จากดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นไม่หยุด เงินต้นไม่มีแนวโน้มว่าจะลด แถมต้องเสียเงินเพิ่มค่าปรับหรือจากค่าธรรมเนียมต่างๆ และต้องแบกรับแบบนี้ไปอีกหลายปี  

วันนี้ Thai Credit จะมาแชร์อีกหนึ่งในวิธีที่สามารถลดเงินต้น ลดดอกเบี้ย และทำให้หมดหนี้เร็วขึ้น รับรองว่าหากคุณอ่านบทความนี้จบแล้ว คุณจะต้องพูดคำว่า “อ๋อ รู้งี้ทำแบบนี้ตั้งนานแล้ว” พร้อมแล้วไปค้นหาคำตอบได้เลย!

การปลดหนี้ได้รวดเร็ว ลดปัญหาดอกเบี้ยสูง หนึ่งในกลยุทธ์ที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้คือการชำระเงินเกินกว่าค่างวดที่กำหนดไว้ในแต่ละเดือน แม้จะเพิ่มเพียงเล็กน้อย แต่สามารถให้ผลลัพธ์มหาศาล โดยจำนวนเงินที่ชำระเกินไป จะถูกนำไปหักจากเงินต้นโดยตรง ส่งผลให้ช่วยลดทั้งเงินต้น และลดดอกเบี้ยของจำนวนเงินที่เหลือค้างไว้ ทำให้ระยะเวลาการผ่อนชำระสั้นลง ปลดหนี้ได้เร็วขึ้นนั่นเอง

 

การชำระเงินมากกว่าค่างวด เหมาะกับสินเชื่อแบบใดบ้าง ?  

การชำระเงินเกินกว่าค่างวด เป็นวิธีที่เหมาะสมกับสินเชื่อบางประเภท ดังนั้น การค้นหาข้อมูล และทำความเข้าใจเกี่ยวกับสินเชื่อแต่ละประเภท จึงจะทำให้คุณได้รับประโยชน์จากการชำระเงินเกินกว่าค่างวดได้มากที่สุด  

สำหรับสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยคงที่ เช่น สินเชื่อรถยนต์ ดอกเบี้ยจะถูกคำนวณ และเฉลี่ยออกมาเป็นการชำระรายงวด การชำระเงินเกินค่างวด หรือนำเงินก้อนมาชำระเต็มจำนวน อาจไม่ทำให้ดอกเบี้ยลดลงได้ เพียงแต่ทำให้ภาระหนี้สินหมดเร็วขึ้นเท่านั้นเอง

ในขณะที่ สินเชื่อที่มีดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เช่น สินเชื่อบ้าน บัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสด การชำระเงินเกินค่างวด จะช่วยลดทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยของจำนวนเงินที่เหลือค้างอยู่ ทำให้ระยะเวลาในการจ่ายหนี้สั้นลง และยังช่วยลดดอกเบี้ยได้มากขึ้นอีกด้วย  

ชำระครบก็ดี แต่ชำระเงินมากกว่าค่างวดช่วยปลดหนี้ได้ดีมากกว่า  

  • ระยะเวลาการผ่อนชำระสั้นลง เพราะเมื่อมีการชำระเงินมากกว่าค่างวด เงินเหล่านี้จะนำไปลดเงินต้นทั้งหมด  ทำให้ระยะเวลาที่ต้องผ่อนชำระจะสั้นลง  
  • ลดดอกเบี้ยโดยรวม เพราะเมื่อเงินต้นลดลง ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย ก็ลดลงตามไปด้วย ส่งผลให้คุณประหยัดเงินในระยะยาวได้เช่นกัน
  • ช่วยเสริมสร้างวินัยทางการเงิน เพราะการชำระเงินเกินค่างวด ถือเป็นการฝึกวินัยในการจัดการการเงิน ทำให้คุณมีการวางแผนการใช้จ่ายที่รัดกุม และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ตัวอย่างการชำระคืนหนี้และภาระต้นทุนในการกู้ยืมของสินเชื่อหมุนเวียน

 

 

ช่วงเวลาในการชำระเงินที่ถูกต้อง ช่วยให้ดอกเบี้ยน้อยลง หักเงินต้นได้มากขึ้น

การชำระเงินก่อนวัดตัดยอด

หากคุณมีการชำระเงินก่อนวันตัดยอด เงินที่จ่ายเพิ่มจะถูกนำไปหักเงินต้นโดยตรง ทำให้ดอกเบี้ยในงวดถัดไปลดลง ยกตัวอย่างเช่น วันกำหนดผ่อนชำระ คือวันที่ 5 ของทุกเดือน แต่คุณชำระเงินมากกว่าค่างวดในวันที่ 1 ของเดือนนั้นๆ ยอดเงินที่จ่ายเกินเข้ามา จะนำไปหักกับเงินต้นให้ทันที และเมื่อเงินต้นลด ดอกเบี้ยในงวดถัดไปก็จะลดลงตามไปด้วย

 

ชำระเงินหลังวัดตัดยอด

หากคุณชำระเงินหลังวันตัดยอด และไม่อยู่ในวันที่ธนาคารกำหนดไว้ สำหรับการจ่ายชำระเงินมากกว่าค่างวด มักเกิดขึ้นเวลาจ่ายค่างวดสินเชื่อ หรือการจ่ายหนี้บัตรเครดิตไม่ไหว ซึ่งเงินที่จ่ายเข้ามาจะถูกหักดอกเบี้ยหลังวันตัดยอด หรือดอกเบี้ยคงค้างก่อน แล้วค่อยเอาที่เงินส่วนที่เหลือไปหักเงินต้น ส่งผลให้เงินต้นลดน้อยลงมากนั่นเอง

 

ข้อควรระวัง/ข้อควรพิจารณา

  1. จ่ายขั้นต่ำทำให้ต้องเสียดอกเบี้ยสูงและเป็นหนี้นาน ถ้าจ่ายมากกว่าขั้นต่ำจะช่วยลดดอกเบี้ยและปิดหนี้เร็วขึ้น
  2. ตรวจสอบเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ ก่อนที่คุณจะตัดสินใจชำระเงินเกินค่างวด ควรตรวจสอบเงื่อนไขของสัญญาเงินกู้ว่ามีค่าปรับหรือข้อจำกัดในการชำระเงินเกินหรือไม่ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
  3. ประเมินความสามารถทางการเงิน ควรพิจารณาความสามารถทางการเงินของตนเองว่าการชำระเงินเกินค่างวดจะไม่ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่น ๆ

 

ดังนั้น การชำระเงินมากกว่าค่างวด จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยคุณลดดอกเบี้ย และปลดหนี้ได้เร็วขึ้น ที่สำคัญ หากคุณได้รับโบนัสจากที่ทำงาน หรือมีรายได้จากรายได้เสริมจากงานต่าง ๆ แทนที่จะนำไปใช้ในทางฟุ่มเฟือย ควรแบ่งเงินส่วนหนึ่งมาทยอยชำระเงินมากกว่าค่างวดในทุก ๆ เดือน จะช่วยให้ตัดเงินต้น และลดดอกเบี้ยได้เยอะขึ้นในเดือนถัด ๆ ไป  

หรือหากคุณรู้ตัวว่าจ่ายหนี้ไม่ไหว ให้รีบไปหรือเจรจากับเจ้าหนี้โดยตรง และขอประนอมหนี้ และหาทางออกร่วมกัน เช่น ขอพักจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ย ขอขยายระยะเวลาผ่อนชำระ ขอลดอัตราดอกเบี้ย หรือขอหยุดการคิดอัตราดอกเบี้ยชั่วคราว  

 

สุดท้ายนี้ หวังว่าบทความนี้ จะทำให้คุณมองเห็นเส้นทางที่ทำให้หลุดพ้นจากหนี้ได้เร็วขึ้น เพราะทุกบาทที่จ่ายเพิ่มแต่ละงวด ล้วนช่วยให้เข้าใกล้อิสรภาพทางการเงินได้มากขึ้น และอย่าลืมว่า เมื่อหลุดจากวงจรหนี้สินไปได้แล้ว ควรวางแผนทางการเงินให้รอบคอบ ไม่ประมาท และคิดให้ถี่ถ้วนทุกครั้งก่อนสร้างหนี้สินด้วยนะ  

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

https://www.bot.or.th